กลยุทธ์ทางธุรกิจ
เป้าหมายทางธุรกิจ คือ การทำให้บริษัทได้กำไรสูงสุด ต้นทุนต่ำสุด โดยทุกบริษัทจะต้องวางยุทธศาสตร์ของบริษัท หลังจากนั้น บริษัทก็จะวางแผนทางด้านยุทธวิธีหรือกลยุทธ์ทางธุรกิจให้ได้ตามเป้าหมายที่บริษัทได้วางไว้
สำหรับการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจได้มีชุดความคิด 3 ชุดความคิดใหญ่ๆ ดังนี้
1. การวางกลยุทธ์วิเคราะห์โดยใช้หลัก SWOT ซึ่งมีหลักอยู่ 4 ประการ คือ S หมายถึง จุดแข็ง W หมายถึง จุดอ่อน O หมายถึง โอกาส และ T หมายถึง ภัยคุกคาม ตัวอย่างการวิเคราะห์ของบริษัทแห่งหนึ่ง S บริษัทมีจุดแข็งอะไรบ้าง เช่น มีความมั่นคงด้านการเงิน W บริษัทมีจุดอ่อนอะไรบ้าง เช่น ขาดระบบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ Oบริษัทมีโอกาสอะไรบ้าง เช่น ตลาดในธุรกิจนี้มีแนวโน้มเติบโตได้ดี T บริษัทมีภัยคุกคามอะไรบ้าง เช่น การเปิดเสรีทางการค้าจะทำให้คู่แข่งเพิ่มขึ้น
2. การวางกลยุทธ์วิเคราะห์โดยใช้หลัก Balanced Scorecard ซึ่งมีหลักกลยุทธ์ 4 ด้าน คือ 1. กลยุทธ์ด้านการเงิน (Finance Perspective) เช่น เน้นการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ 2. กลยุทธ์ด้านลูกค้า (Customer Perspective) เช่น เพื่อสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า 3. กลยุทธ์ด้านกระบวนการจัดการภายใน (Internal Process) เช่น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 4. กลยุทธ์ด้านการเรียนรู้และการเติบโต (Learning & Growth) เช่น เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแรงงาน
3. การวางกลยุทธ์โดยใช้ชุดความคิดเกี่ยวกับ P-Q-C-D-S-M-E เช่น P = กลยุทธ์เกี่ยวกับผลผลิต (Productivity) Q= กลยุทธ์เกี่ยวกับคุณภาพ (Quality) C= กลยุทธ์เกี่ยวกับต้นทุนค่าใช้จ่าย (cost) D= กลยุทธ์เกี่ยวกับการส่งมอบ (Delivery) S= กลยุทธ์เกี่ยวกับความปลอดภัย (Safety) M= กลยุทธ์เกี่ยวกับขวัญและกำลังใจของพนักงาน (Morale) E= กลยุทธ์เกี่ยวกับจรรยาบรรณ (Ethics)
เมื่อได้กำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจจาก 3 ชุดความคิดหลัก เราก็จะต้องมีตัวชี้วัดผลงานว่า ได้ทำงานที่วางไว้ตามเป้าหมายหรือไม่ ซึ่งตัวชี้วัดผลงานเชิงกลยุทธ์มีชื่อแตกต่างกัน ดังนี้ 1. Strategic Measure หมายถึง ตัวชี้วัดผลงานเชิงกลยุทธ์ 2. Strategic KPI (Key Performance Indicator) หมายถึง ตัวชี้วัดผลงานหลักเชิงกลยุทธ์ 3. Corporate KPI หมายถึง ตัวชี้วัดผลงานหลักในระดับองค์กร ตัวอย่างเช่น ถ้าบริษัทกำหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ทางด้านเพิ่มอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น ตัวชี้วัด KPI ก็คือ กำไรที่เพิ่มขึ้น เปอร์เซ็นต์การเติบโตของกำไร อัตราเงินปันผล หรือกรณีที่บริษัทมีวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ทางด้านการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ตัวชี้วัด KPI ก็คือ คะแนน Customer Satisfaction Index (CSI) จำนวนข้อร้องเรียนของลูกค้า เปอร์เซ็นต์ลูกค้าที่ยังคงอยู่กับองค์กร เปอร์เซ็นต์ลูกค้าแนะนำ เปอร์เซ็นต์ลูกค้าที่ชื่อซ้ำและต่อเนื่อง
จะเห็นได้ว่า การวางกลยุทธ์ทางธุรกิจเราสามารถที่จะใช้กรอบแนวความคิดทางกลยุทธ์ซึ่งมี 3 แนวคือ 1. ใช้หลักการ SWOT 2. ใช้หลัก Balanced Scorecard 3. ใช้หลัก P-Q-C-D-S-M-E เพื่อให้บริษัทบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ คือ จะทำให้บริษัทได้กำไรสูงสุด จากนั้น บริษัทก็จะมีตัวชี้วัดว่า กลยุทธ์ต่างๆ ที่บริษัทได้วางไว้นั้นบรรลุผลที่วางไว้หรือไม่ ทั้งหมดนี้เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจและตัวชี้วัดความสำเร็จในองค์กรภาคเอกชน
แหล่งที่มา : ไทยโพสต์
เขียนโดย วิษณุ บุญมารัตน์
More about → กลยุทธ์ธุรกิจ (Business strategy)
เป้าหมายทางธุรกิจ คือ การทำให้บริษัทได้กำไรสูงสุด ต้นทุนต่ำสุด โดยทุกบริษัทจะต้องวางยุทธศาสตร์ของบริษัท หลังจากนั้น บริษัทก็จะวางแผนทางด้านยุทธวิธีหรือกลยุทธ์ทางธุรกิจให้ได้ตามเป้าหมายที่บริษัทได้วางไว้
สำหรับการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจได้มีชุดความคิด 3 ชุดความคิดใหญ่ๆ ดังนี้
1. การวางกลยุทธ์วิเคราะห์โดยใช้หลัก SWOT ซึ่งมีหลักอยู่ 4 ประการ คือ S หมายถึง จุดแข็ง W หมายถึง จุดอ่อน O หมายถึง โอกาส และ T หมายถึง ภัยคุกคาม ตัวอย่างการวิเคราะห์ของบริษัทแห่งหนึ่ง S บริษัทมีจุดแข็งอะไรบ้าง เช่น มีความมั่นคงด้านการเงิน W บริษัทมีจุดอ่อนอะไรบ้าง เช่น ขาดระบบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ Oบริษัทมีโอกาสอะไรบ้าง เช่น ตลาดในธุรกิจนี้มีแนวโน้มเติบโตได้ดี T บริษัทมีภัยคุกคามอะไรบ้าง เช่น การเปิดเสรีทางการค้าจะทำให้คู่แข่งเพิ่มขึ้น
2. การวางกลยุทธ์วิเคราะห์โดยใช้หลัก Balanced Scorecard ซึ่งมีหลักกลยุทธ์ 4 ด้าน คือ 1. กลยุทธ์ด้านการเงิน (Finance Perspective) เช่น เน้นการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ 2. กลยุทธ์ด้านลูกค้า (Customer Perspective) เช่น เพื่อสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า 3. กลยุทธ์ด้านกระบวนการจัดการภายใน (Internal Process) เช่น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 4. กลยุทธ์ด้านการเรียนรู้และการเติบโต (Learning & Growth) เช่น เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแรงงาน
3. การวางกลยุทธ์โดยใช้ชุดความคิดเกี่ยวกับ P-Q-C-D-S-M-E เช่น P = กลยุทธ์เกี่ยวกับผลผลิต (Productivity) Q= กลยุทธ์เกี่ยวกับคุณภาพ (Quality) C= กลยุทธ์เกี่ยวกับต้นทุนค่าใช้จ่าย (cost) D= กลยุทธ์เกี่ยวกับการส่งมอบ (Delivery) S= กลยุทธ์เกี่ยวกับความปลอดภัย (Safety) M= กลยุทธ์เกี่ยวกับขวัญและกำลังใจของพนักงาน (Morale) E= กลยุทธ์เกี่ยวกับจรรยาบรรณ (Ethics)
เมื่อได้กำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจจาก 3 ชุดความคิดหลัก เราก็จะต้องมีตัวชี้วัดผลงานว่า ได้ทำงานที่วางไว้ตามเป้าหมายหรือไม่ ซึ่งตัวชี้วัดผลงานเชิงกลยุทธ์มีชื่อแตกต่างกัน ดังนี้ 1. Strategic Measure หมายถึง ตัวชี้วัดผลงานเชิงกลยุทธ์ 2. Strategic KPI (Key Performance Indicator) หมายถึง ตัวชี้วัดผลงานหลักเชิงกลยุทธ์ 3. Corporate KPI หมายถึง ตัวชี้วัดผลงานหลักในระดับองค์กร ตัวอย่างเช่น ถ้าบริษัทกำหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ทางด้านเพิ่มอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น ตัวชี้วัด KPI ก็คือ กำไรที่เพิ่มขึ้น เปอร์เซ็นต์การเติบโตของกำไร อัตราเงินปันผล หรือกรณีที่บริษัทมีวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ทางด้านการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ตัวชี้วัด KPI ก็คือ คะแนน Customer Satisfaction Index (CSI) จำนวนข้อร้องเรียนของลูกค้า เปอร์เซ็นต์ลูกค้าที่ยังคงอยู่กับองค์กร เปอร์เซ็นต์ลูกค้าแนะนำ เปอร์เซ็นต์ลูกค้าที่ชื่อซ้ำและต่อเนื่อง
จะเห็นได้ว่า การวางกลยุทธ์ทางธุรกิจเราสามารถที่จะใช้กรอบแนวความคิดทางกลยุทธ์ซึ่งมี 3 แนวคือ 1. ใช้หลักการ SWOT 2. ใช้หลัก Balanced Scorecard 3. ใช้หลัก P-Q-C-D-S-M-E เพื่อให้บริษัทบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ คือ จะทำให้บริษัทได้กำไรสูงสุด จากนั้น บริษัทก็จะมีตัวชี้วัดว่า กลยุทธ์ต่างๆ ที่บริษัทได้วางไว้นั้นบรรลุผลที่วางไว้หรือไม่ ทั้งหมดนี้เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจและตัวชี้วัดความสำเร็จในองค์กรภาคเอกชน
แหล่งที่มา : ไทยโพสต์
เขียนโดย วิษณุ บุญมารัตน์